พวงมาลัยเพาเวอร์รถยนต์ -
ปลั๊กประหยัดน้ำมัน
new vios 2013
new vios 2013
บริการออกแบบ และผลิตชิ้นส่วน รถจักรยานยนต์ทุกรุ่น ทุกแบรนด์
ตลาดรถมอเตอร์ไซค์,ตลาดรถมอไซค์,รถมอเตอร์ไซค์มือ2,รถมอเตอร์ไซค์มือสอง,รถมอไซค์,มอไซค์


หน้า: [1]   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: พวงมาลัยเพาเวอร์รถยนต์  (อ่าน 2116 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
esanspeed
อีสานสปีดดอทคอม
Administrator
1500CC
*****

มีคนถูกใจ 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 347



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: เมษายน 04, 2012, 01:27:57 PM »

อุปกรณ์พื้นฐานอย่างเกียร์อัตโนมัติ, พวงมาลัยเพาเวอร์, กระจกมองข้างและกระจกบานข้างแบบไฟฟ้า ที่ได้กลายเป็นปัจจัยที่ขาดไม่ได้ไปแล้วล่ะครับสำหรับรถยนต์ในปัจจุบัน ใครที่เคยขับรถยุคเมื่อกว่า 10 ปีที่แล้วคงเคยจำอารมณ์ที่ต้องโหนพวงมาลัยแบบเพาเย่อ, เหยียบคลัทช์, ปรับกระจกมองข้างแบบปรับกับหมุนเอากระจกบานข้างด้วยมือหมุนได้ (“นาย T” สัมผัสมาหมดแล้ว) ที่พอมาขับรถยุคนี้แล้วมันสบายกว่ากันเยอะเลยล่ะครับ


โดยเฉพาะกับระบบบังคับเลี้ยวนั้นเป็นอะไรที่เราต้องใช้ตลอดเวลาที่รถเคลื่อนที่ การที่มี Power Steering มาช่วยผ่อนแรง ย่อมทำให้การขับขี่นั้นๆ รื่นรมย์ขึ้นได้ทันที จากเดิมที่ผ่อนแรงด้วยระบบไฮดรอลิค (hydraulic Power Steering) ซึ่งอาศัยปั๊มน้ำมันเพาเวอร์ในการสร้างแรงดันเพื่อออกแรง (มากๆ) แทนแขนของเราๆ ท่านๆ ปัจจุบันพัฒนาไปเป็นพวงมาลัยผ่อนแรงด้วยไฟฟ้า (Electric Power Steering) แล้วเรียบร้อย ซึ่งก็เป็นที่แน่นอนว่าของใหม่มันต้องมีดีกว่า ว่าแต่ที่ดีกว่านั้นในแง่ไหนมั่งและรูปแบบการทำงานนั้นเป็นอย่างไรกันล่ะ?

โดยเฉพาะกับระบบบังคับเลี้ยวนั้นเป็นอะไรที่เราต้องใช้ตลอดเวลาที่รถเคลื่อนที่ การที่มี Power Steering มาช่วยผ่อนแรง ย่อมทำให้การขับขี่นั้นๆ รื่นรมย์ขึ้นได้ทันที จากเดิมที่ผ่อนแรงด้วยระบบไฮดรอลิค (hydraulic Power Steering) ซึ่งอาศัยปั๊มน้ำมันเพาเวอร์ในการสร้างแรงดันเพื่อออกแรง (มากๆ) แทนแขนของเราๆ ท่านๆ ปัจจุบันพัฒนาไปเป็นพวงมาลัยผ่อนแรงด้วยไฟฟ้า (Electric Power Steering) แล้วเรียบร้อย ซึ่งก็เป็นที่แน่นอนว่าของใหม่มันต้องมีดีกว่า ว่าแต่ที่ดีกว่านั้นในแง่ไหนมั่งและรูปแบบการทำงานนั้นเป็นอย่างไรกันล่ะ?

โดยมอเตอร์ไฟฟ้าจะถูกจำกัดเรี่ยวแรง จากการกำหนดปริมาณกระแสไฟ (12 โวลท์) ที่จ่ายให้ไม่เกิน 80 แอมป์ อย่างเช่นในขณะเลี้ยว เรี่ยวแรงของมอเตอร์ไฟฟ้าจะถูกกำหนดไว้ไม่เกิน 1 กิโลวัตต์ (12.5 โวลท์ คูณด้วย 80 แอมป์ เท่ากับ 1 กิโลวัตต์ครับ) สำหรับยานยนต์พิกัดเล็ก แต่ถ้าเป็นรถพิกัดใหญ่และน้ำหนักเยอะกว่านี้ มอเตอร์ก็จะใหญ่และใช้กระแสไฟเยอะขึ้นเป็นสัดเป็นส่วนตามไปด้วยครับ แต่ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องเรี่ยวแรงหรอกครับ ก็ขนาด LEXUS รุ่นท้อปที่หนักถึง 2 ตันเศษ ก็ยังใช้ระบบบังคับเลี้ยวแบบนี้เลยครับ


#####มาว่ากันถึงเรื่องข้อดีของพวงมาลัยแบบไฟฟ้า อันดับแรกคือช่วยลดอัตราการสิ้น
เปลืองเชื้อเพลิงและภาระของเครื่องยนต์ (ว่ากันว่าประหยัดขึ้นถึง 3 %) เนื่องจาก
ไม่จำเป็นต้องง้อสายพานหน้าเครื่องในการขับเคลื่อนปั๊มเพาเวอร์อย่างเก่า ซึ่งก็รวมไปถึงบรรดาท่อทางเดินของน้ำมันไฮดรอลิคและน้ำมันไฮดรอลิคด้วย ยังผล

ให้การดูแลรักษานั้นง่ายขึ้นและยังมี  ค่าใช้จ่ายต่ำกว่าระบบไฮดรอลิคอีกด้วย ตามมาด้วยเรื่องที่หลายๆ ท่านอาจจะฉุกคิดขึ้นในใจ นั่นก็คือเรื่อง
การตอบสนองจากพื้นถนนมาสู่พวงมาลัย (Road Feel) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สัมพันธ์กันระหว่างเรี่ยวแรงที่ต้องใช้ในการบังคับเลี้ยวกับเรี่ยว
แรงที่ส่งผ่านมือซ้ายและขวาของผู้ขับ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถกะเกณฑ์น้ำหนักที่จะส่งผ่านพวงมาลัยต่อไปโดยสัมผัสดังกล่าวนี้จะถูกสร้างขึ้น
ด้วย Computer Module นั่นเองครับ

เหนือขึ้นไปอีกระดับของ EPS ก็จะเป็น Variable Gear Ratio Steering นี่แหละครับ กับความสามารถในการแปรผันอัตราทดและน้ำหนักของพวงมาลัยให้เหมาะสมกับความเร็วในขณะนั้นๆ โดยจะประมวลผลร่วมกับผู้ช่วยในการทรงตัวอย่าง Electronic Stability Control นั่นเอง


นอกเหนือไปจากข้อดีต่างๆ ที่ “นาย T” พูดถึงไปแล้วนั้นก็ยังมีในแง่ของการช่วย
รักษ์สิ่งแวดล้อม จากการที่ระบบ EPS นั้นไม่มีของเสียอย่างน้ำมันไฮดรอลิคและ
ท่อทางเดินให้เป็น (ขยะและ) มลภาวะนั่นเองครับ ส่วนใครที่เคยกลัวว่าการตอบ
สนองนั้นจะเชื่องช้าจากการที่ต้องพึ่งกระแสไฟฟ้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าในการทำงาน
ล่ะก็ เลิกคิดไปได้เลยครับ และที่โดนใจ “นาย T” เป็นที่สุด ก็คงจะไม่พ้นในเรื่อง
น้ำหนักของพวงมาลัยที่แปรผันได้นี่แหละครับ ของเค้าดีจริงๆ

บทความดีๆๆจาก etoyota club
บันทึกการเข้า

ไม่ใช่เรื่องยากหากเราคิดลงมือทำ

หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: